ลักชูให้สุด! Rolex Four Seasons ประมูล Daytona 4 เรือนเดียวในโลก
Rolex Four Seasons นาฬิกาสี่เรือนที่แบรนด์ไม่เคยทำมาก่อน อัญมณี หน้าปัดหินธรรมชาติ และตัวเลขที่ตลาดประมูลเคยจ่าย
Rolex Four Seasons คือการประมูลการกุศลครั้งแรกของ Rolex จัดโดย Phillips ที่กรุงลอนดอน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 แยกประมูลเป็นสี่รายการ สินค้าคือ Oyster Perpetual Cosmograph Daytona ประดับอัญมณีสี่เรือน เรือนละหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีการผลิตซ้ำ แต่ละเรือนได้แรงบันดาลใจจากหนึ่งฤดูกาล และใช้กลไก Calibre 4131 เหมือนกันทุกเรือน รายได้ทั้งหมดจาก Rolex Four Seasons มอบให้ Federer Foundation และ Re:wild

เปิดโพยสี่เรือน วัสดุ หน้าปัดหิน และอัญมณีที่ใช้จริง
ไล่ทีละฤดูกาล นี่คือสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นแต่ละเรือน:
| ฤดูกาล | ตัวเรือน | หน้าปัดและจานย่อย | อัญมณีบนขอบตัวเรือน |
|---|---|---|---|
| ใบไม้ผลิ | ทองคำขาว 18 กะรัต | คริสโซเพรส จานย่อยเลพิโดไลต์ | แซฟไฟร์สีม่วงเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 36 เม็ด ราว 5.57 กะรัต |
| ฤดูร้อน | Everose gold 18 กะรัต | เทอร์ควอยซ์ จานย่อยทับทิม | แซฟไฟร์สีชมพู 36 เม็ด ราว 4.32 กะรัต |
| ใบไม้ร่วง | ทองคำ 18 กะรัต | มูไคต์ จานย่อยคริสโซเพรส | ทัวร์มาลีนสีเขียว 36 เม็ด ราว 4.32 กะรัต |
| ฤดูหนาว | แพลทินัม 950 | โอปอลสีน้ำเงิน จานย่อยลาพิสลาซูลี | แซฟไฟร์ไล่เฉดจากน้ำเงินสู่ฟูเชีย 36 เม็ด ราว 5.57 กะรัต |
ข้อมูลวัสดุและอัญมณีจากการเปิดตัวของ Rolex และรายงานของสื่อนาฬิกา ตรวจวันที่ 17 กันยายน 2569
ทุกเรือนยังมีเพชรเจียระไนทรงกลม 54 เม็ดที่ขาสายและไหล่มงกุฎ ส่วนหลักชั่วโมงใช้อัญมณีที่เข้าชุดกับฤดูกาลนั้น ยกเว้นเรือนฤดูหนาวที่ใช้เพชร
Rolex Four Seasons ทั้งสี่เรือนมีอัญมณีรวมกี่เม็ด?
นับเฉพาะตัวเลขที่ประกาศไว้ชัดเจน แต่ละเรือนมีอัญมณีเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมคางหมูบนขอบตัวเรือน 36 เม็ด บวกเพชรเจียระไนทรงกลมอีก 54 เม็ดที่ขาสายและไหล่มงกุฎ รวมเรือนละ 90 เม็ด สี่เรือนจึงรวมกันได้ 360 เม็ด ส่วนน้ำหนักอัญมณีเฉพาะบนขอบตัวเรือน เมื่อรวมทั้งสี่เรือนอยู่ที่ราว 19.78 กะรัต ยังไม่นับหลักชั่วโมงและเพชรที่ขาสาย
คำนวณโดยทีมติดหรู จากตัวเลขจำนวนเม็ดและน้ำหนักกะรัตที่ประกาศไว้รายเรือน

ถอดรหัสว่าทำไมสี่เรือนนี้ไม่เหมือนการประมูล Rolex ครั้งไหน
Rolex ผลิตนาฬิกาเป็นซีรีส์แทบทั้งหมด และแทบไม่เคยยืนยันต่อสาธารณะว่าเรือนใดเป็นเรือนเดียวในโลก ของหายากที่ขึ้นแท่นประมูลส่วนใหญ่จึงเป็นเรือนเก่าที่หายากโดยบังเอิญ ไม่ใช่เรือนที่แบรนด์ตั้งใจทำมาให้มีชิ้นเดียว
ครั้งนี้ต่างออกไปสองชั้น ชั้นแรกคือ Rolex ประกาศเองว่าแต่ละเรือนมีเพียงเรือนเดียวและจะไม่ผลิตซ้ำ ชั้นที่สองคือแบรนด์ส่งนาฬิกาเข้าประมูลเอง ในงานการกุศลครั้งแรกของตัวเอง โดยมี Roger Federer และ Leonardo DiCaprio ซึ่งเป็นแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ทั้งคู่ ร่วมอยู่ในโครงการ
รายได้จากการประมูลไปที่ไหน?
แบ่งให้สององค์กร องค์กรแรกคือ Federer Foundation ที่ Roger Federer ก่อตั้ง ทำงานสนับสนุนการเรียนรู้ระดับปฐมวัยและระดับพื้นฐานให้เด็กในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ องค์กรที่สองคือ Re:wild ที่ Leonardo DiCaprio ร่วมก่อตั้ง ทำงานด้านการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ เนื่องจากแยกประมูลเป็นสี่รายการ ยอดรวมจึงขึ้นอยู่กับผลของทั้งสี่เรือน
เปิดตัวเลขที่ตลาดประมูลเคยจ่ายให้ Daytona ประดับอัญมณี
Rolex กับ Phillips ยังไม่ประกาศราคาประเมิน แต่ประวัติการประมูล Daytona พอบอกทิศทางได้:
| เรือน | ราคา | ปี | บ้านประมูล |
|---|---|---|---|
| Daytona "The King" ref. 6270 ประดับเพชร | 5.23 ล้านดอลลาร์ | 2568 | Sotheby’s |
| Daytona ref. 16516 แพลทินัม หน้าปัดลาพิสลาซูลี | 3.2 ล้านดอลลาร์ | 2563 | Sotheby’s |
| Daytona ref. 16516 แพลทินัม หน้าปัดเทอร์ควอยซ์ | 3.1 ล้านดอลลาร์ | 2564 | Sotheby’s |
| Daytona ของ Paul Newman | 17.75 ล้านดอลลาร์ | 2560 | Phillips |
สามรายการแรกอ้างอิงการจัดอันดับ Daytona ที่ทำราคาสูงสุดของ Sotheby’s รายการสุดท้ายคือสถิติ Rolex ที่แพงที่สุดตลอดกาล
จุดที่น่าสนใจคือสามอันดับแรกในลิสต์นั้นเป็นเรือนประดับอัญมณีหรือหน้าปัดหินธรรมชาติทั้งหมด และสองในสามเป็นแพลทินัมที่ใส่หน้าปัดหิน ซึ่งเป็นสูตรเดียวกับเรือนฤดูหนาวของชุดนี้แทบทุกองค์ประกอบ ทั้งตัวเรือนแพลทินัม หน้าปัดหินธรรมชาติ และจานย่อยลาพิสลาซูลี
ส่วนเรือนของ Paul Newman ที่ยังถือสถิติ Rolex แพงที่สุดตลอดกาล ไม่ได้ชนะด้วยอัญมณีเลยสักเม็ด แต่ชนะด้วยที่มาของเจ้าของ สี่เรือนของ Rolex Four Seasons จึงน่าจับตาตรงที่มีทั้งสองปัจจัยพร้อมกัน คือฝีมือประดับอัญมณีของแบรนด์ และชื่อที่ผูกอยู่กับโครงการ
Phillips ประกาศราคาประเมินหรือยัง?
ยังไม่ประกาศรายเรือน มีสื่อต่างประเทศรายงานว่าทั้งชุดถูกตีมูลค่าไว้ราวสี่ล้านฟรังก์สวิสในช่วงเชิญผู้ซื้อ แต่ตัวเลขนั้นเป็นรายงานของสื่อ ไม่ใช่ราคาประเมินทางการที่ Phillips เผยแพร่ ใครจะติดตามจริงจังควรรอแคตตาล็อกอย่างเป็นทางการก่อนวันประมูล
เช็กสามข้อก่อนตามข่าวประมูลรอบนี้
-
แยกประมูลสี่รายการ ไม่ได้ขายยกชุด — แปลว่าจะมีผู้ชนะได้ถึงสี่ราย และแต่ละฤดูกาลอาจไปคนละทิศทางกันเลย
-
ยังไม่มีราคาประเมินทางการ — ตัวเลขที่เห็นตามสื่อตอนนี้ยังไม่ใช่ของ Phillips รอแคตตาล็อกก่อนจะแม่นกว่า
-
ราคาที่เคาะจะกลายเป็นราคาอ้างอิงตัวเดียวของรุ่นนี้ตลอดไป — เพราะไม่มีการผลิตซ้ำ จึงไม่มีเรือนที่สองให้เทียบในอนาคต ต่างจากรุ่นซีรีส์ที่มีตลาดรองคอยตีราคาให้เรื่อย ๆ
สี่เรือนนี้ใช้กลไกเดียวกับ Daytona รุ่นปกติไหม?
ใช้กลไก Calibre 4131 เหมือนกันทั้งสี่เรือน ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟที่ Rolex ใช้ใน Cosmograph Daytona รุ่นปัจจุบันอยู่แล้ว ความพิเศษของชุดนี้จึงอยู่ที่งานตัวเรือน หน้าปัดหินธรรมชาติ และการประดับอัญมณี ไม่ใช่การพัฒนากลไกใหม่ ซึ่งก็ตรงกับแนวทางของแบรนด์ที่แยกงานช่างอัญมณีออกจากงานกลไกอย่างชัดเจน
สรุปแล้ว Rolex Four Seasons บอกอะไรกับชาวติดหรู?
สิ่งที่แบรนด์กำลังทำไม่ใช่แค่ปล่อยของหายากสี่ชิ้น แต่เป็นการยืนยันด้วยตัวเองว่าเรือนเดียวในโลกมีจริง ในแบรนด์ที่ปกติไม่พูดคำนี้ ประวัติการประมูลชี้ว่าเรือนที่ประดับอัญมณีและใส่หน้าปัดหินธรรมชาติคือกลุ่มที่ตลาดจ่ายแพงที่สุด และสี่เรือนนี้เข้าสูตรนั้นครบ บวกกับที่มาที่ผูกกับสองชื่อระดับโลกและปลายทางที่เป็นงานการกุศล วันที่ 28 กันยายนจึงเป็นวันที่น่าจดไว้ ไม่ว่าจะยกป้ายหรือแค่ดูตัวเลข
ระหว่างรอผลเคาะ ชาวติดหรูที่ชอบหน้าปัดสีจัดเต็มลองอ่าน The Candy Dial! ส่องนาฬิกาหน้าปัดพาสเทลสุดลักชู ต่อได้ หรือถ้าอยากไปลองสวมเรือนจริงในไทย ลองดู อัปเดต 2026 บูทีคนาฬิกาหรู ปักหมุดที่ไหนบ้าง แล้วจะรอดูราคาเคาะ หรือไปส่องตัวท็อปที่บูทีคก่อนดี?
Recommended for You
สะสม Van Cleef Alhambra เพิ่มปีละ Motif ของขวัญสุดหรู
รองเท้าแตะ Loewe ซ่อนโลโก้ 4.5 หมื่น เรียบหรู Quiet Luxury
6 กิ๊บติดผมแบรนด์เนมตัวท็อป: เติมลุคคุณหนูสุดแกลม
💬 ความเห็น
0✍️ เพิ่มความเห็น