แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา! Bentley Torcal S ที่จงใจล็อกความแรงไว้
เปิดตัวเลข Bentley Torcal S รถไฟฟ้าคันแรกที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเหตุผลที่วิศวกรหยุดความแรงไว้เพื่อลูกค้าระดับเศรษฐี
Bentley Torcal S คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกในประวัติศาสตร์ 107 ปีของ Bentley และเป็นรถที่แรงที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยผลิตออกมา กำลังสูงสุด 653 กิโลวัตต์ (888 PS หรือ 876 แรงม้า) แรงบิด 1,350 นิวตันเมตร ทำ 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งตามมาตรฐาน WLTP ราคาที่อังกฤษเริ่มต้น 199,300 ปอนด์ เปิดตัวทั่วโลกวันที่ 23 กันยายน 2026 เริ่มส่งมอบปี 2027 ในฐานะรุ่นปี 2028 ส่วนราคาไทยยังไม่ประกาศ
653 กิโลวัตต์ กับ 2.9 วินาที คือเพดานที่ Bentley ตั้งให้ลูกค้าระดับเศรษฐี ไม่ใช่เพดานที่วิศวกรทำได้
ในเอกสารทางการของ Bentley แบรนด์เขียนไว้ 2 อย่างในชุดเดียวกัน อย่างแรกคือ Torcal เป็นรถที่แรงที่สุดในสายการผลิตของ Bentley และเร่งจากจุดหยุดนิ่งได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ อย่างที่ 2 คือสมรรถนะของรถถูกออกแบบให้อยู่ในขอบเขตของความสบาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่รู้สึกว่าอัตราเร่งที่แรงกว่านี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่สบายตัว
สองประโยคนี้แปลว่าเพดาน 2.9 วินาทีไม่ได้มาจากข้อจำกัดของมอเตอร์หรือแบตเตอรี่ แต่มาจากรสนิยมของคนที่จ่ายเงินจริง ลูกค้า Bentley คือกลุ่มที่ซื้อรถคันละหลายสิบล้านเพื่อความนิ่ง ไม่ใช่เพื่อเวลาต่อรอบในสนาม วิศวกรที่เครว์จึงตั้งตัวเลขทุกช่องให้หยุดก่อนถึงจุดที่คนนั่งเบาะหลังจะรู้สึกไม่ดี

แล้ว Torcal S ต่างจาก Torcal รุ่นมาตรฐานตรงไหนบ้าง?
Torcal เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นย่อย รุ่นมาตรฐานกับรุ่น S ซึ่งใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียวกันและตัวถังเดียวกัน ต่างกันที่การปล่อยกำลัง ขนาดล้อมาตรฐาน และป้ายราคา
| หัวข้อ | Torcal | Torcal S | ส่วนต่าง |
|---|---|---|---|
| กำลังสูงสุด | 821 PS (604 kW) | 888 PS (653 kW) | +67 PS |
| แรงบิดสูงสุด | 1,194 นิวตันเมตร | 1,350 นิวตันเมตร | +156 นิวตันเมตร |
| 0-100 กม./ชม. | 3.4 วินาที | 2.9 วินาที | เร็วขึ้น 0.5 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 250 กม./ชม. | 260 กม./ชม. | +10 กม./ชม. |
| ล้อมาตรฐาน | 21 นิ้ว | 22 นิ้ว | +1 นิ้ว |
| ราคาที่อังกฤษ | 173,300 ปอนด์ | 199,300 ปอนด์ | +26,000 ปอนด์ |
ส่วนต่าง 26,000 ปอนด์ คือราคาที่แพงขึ้น 15% และสิ่งที่ได้กลับมาชัดที่สุดคือเวลา 0.5 วินาที คิดเป็นเงินไทยที่อัตรา 44.48 บาทต่อปอนด์ เท่ากับจ่ายราว 1.16 ล้านบาทเพื่อซื้อครึ่งวินาที หรือคิดเป็น 2.31 ล้านบาทต่อ 1 วินาที ส่วนถ้าคิดเป็นกำลัง ทุก 1 PS ที่เพิ่มขึ้นมีราคาราว 17,300 บาท
2.9 วินาทีของ Bentley กับ 2.3 วินาทีของ Porsche ในเครือเดียวกัน ห่างกันเพราะตั้งใจ
ตัวเลขทางการของ Porsche Taycan Turbo GT ซึ่งอยู่ใน Volkswagen Group เดียวกับ Bentley คือ 1,034 PS ทำ 0-100 กม./ชม. ใน 2.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. และรุ่นที่ติดแพ็กเกจ Weissach ทำได้ 2.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม.
วางข้างกันแล้ว Torcal S ช้ากว่า 0.6 วินาที กำลังน้อยกว่า 146 PS และความเร็วสูงสุดต่ำกว่า 30 กม./ชม. ทั้งที่เป็นรถจากกลุ่มบริษัทเดียวกัน ใช้เทคโนโลยีระบบ 800 โวลต์ร่วมยุคกัน ช่องว่างนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่เลือกจะไม่ทำ
ช้ากว่า 0.6 วินาที แล้วคนนั่งรู้สึกต่างกันจริงไหม?
ต่างกันมาก เพราะสิ่งที่คนนั่งรู้สึกไม่ใช่ตัวเลขวินาที แต่เป็นแรงที่กดตัวลงไปกับเบาะและจังหวะที่หัวถูกสะบัดไปด้านหลัง รถที่ทำ 0-100 ได้ใน 2.3 วินาทีต้องสร้างแรงกดนั้นมากกว่ารถที่ทำ 2.9 วินาทีอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับคนขับที่ต้องการความมันส์ นั่นคือจุดขาย แต่สำหรับคนที่นั่งเบาะหลังพร้อมแก้วน้ำและโทรศัพท์ในมือ นั่นคือสิ่งที่ Bentley ตัดสินใจว่าลูกค้าของตัวเองไม่ได้อยากได้

8.8 ล้านบนอาร์ตเวิร์กยังต่ำกว่า Bentley ที่ถูกที่สุดในไทยอยู่เกือบ 7 ล้าน
ตัวเลข 8,800,000 บาทที่เห็นกันคือราคาอังกฤษของ Torcal S ที่ 199,300 ปอนด์ แปลงเป็นเงินบาทตรง ๆ ที่อัตรา 44.48 บาทต่อปอนด์ ได้ราว 8,864,000 บาท และเป็นตัวเลขก่อนคิดภาษีนำเข้าของไทยทั้งหมด
จุดที่ทำให้เห็นภาพชัดคือเอาไปวางข้างลิสต์ราคาไทยของ Bentley เอง รุ่นที่ถูกที่สุดที่ขายอยู่ตอนนี้คือ Bentayga A Hybrid ที่ 15,800,000 บาท ขณะที่ ราคาอังกฤษของ Bentayga V6 Hybrid เริ่มที่ 156,145 ปอนด์ หรือราว 6,940,000 บาทเมื่อแปลงตรง ๆ นั่นแปลว่าราคาไทยของรุ่นนั้นอยู่ที่ 2.28 เท่าของราคาอังกฤษที่แปลงแล้ว
แล้วชาวติดหรูควรตั้งงบไว้ประมาณไหนถึงจะไม่พลาด?
ยังตั้งเป็นตัวเลขแน่นอนไม่ได้ เพราะ Bentley Bangkok ยังไม่ประกาศราคาไทย และโครงสร้างภาษีของรถไฟฟ้ากับรถไฮบริดไม่เหมือนกัน แต่มีข้อเท็จจริงหนึ่งที่เข้าทาง Torcal S ตรง ๆ คือ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์โครงสร้างใหม่ ที่เริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2569 ลดอัตราของรถยนต์นั่งไฟฟ้าจาก 8% เหลือ 2% ซึ่งเป็นอัตราต่ำที่สุดในโครงสร้างทั้งหมด ขณะที่รถสันดาปที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตรอยู่ที่ 34% ขึ้นไป
พูดอีกแบบคือ Torcal S จะเป็น Bentley คันแรกที่เข้าไทยในช่องภาษีที่ดีที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยได้ ซึ่งต่างจากรถรุ่นอื่นของบ้านนี้ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 และ V6 ไฮบริดทั้งหมด ถ้าอยากเทียบตัวเลือกในงบใกล้เคียงกันก่อนราคาไทยออก ลองดูรวมรถ EV หรูงบไม่เกิน 10 ล้านบาท ไว้เป็นฐานเปรียบเทียบได้

วิ่ง 600 กิโลเมตร ชาร์จไม่ถึง 20 นาที แต่ตัวเลขที่คนใช้จริงควรดูก่อนคือ 460 ลิตรท้ายรถ
Torcal ใช้แบตเตอรี่ความจุสุทธิ 113 กิโลวัตต์ชั่วโมง บนระบบไฟ 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟตรงสูงสุด 400 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 10% ไป 80% ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที และเติมระยะทางได้ราว 160 กิโลเมตรภายใน 7 นาที พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 100,000 ไมล์ ซึ่งเท่ากับราว 160,000 กิโลเมตร
ส่วนตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้จริงกว่าคือพื้นที่เก็บของ ท้ายรถ 460 ลิตร บวกช่องเก็บของหน้ารถอีก 90 ลิตร ตัวรถยาว 5 เมตร วงเลี้ยว 11.1 เมตร และ Bentley ระบุว่านี่คือรถ 4 ประตูที่สั้นที่สุดในไลน์อัปของแบรนด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกับการใช้งานในกรุงเทพมากกว่าเวลา 0-100 อยู่พอสมควร
ในห้องโดยสารใช้วัสดุอะไรบ้าง?
งานตกแต่งภายในเป็นจุดที่ Bentley ลงรายละเอียดมากที่สุด มีขนแกะเมอริโน 100% ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Responsible Wool Standard หนังให้เลือก 15 เฉดในกลุ่มโอลีฟแทน บวกสีใหม่อีก 3 สีคือ Teal, Terra และ Glaze วัสดุ Dinamica อีก 15 เฉด และงานไม้วีเนียร์กับงานเปียโนฟินิช ตัวรถทั้งคันออกแบบ พัฒนา และประกอบที่เมืองเครว์ ประเทศอังกฤษ
Bentley คันนี้ไม่ได้แข่งกับใคร แต่แข่งกับความคาดหวังของคนที่นั่งเบาะหลัง
ถ้าวัดกันด้วยตัวเลขล้วน ๆ Torcal S แพ้รถไฟฟ้าหลายคันที่ราคาถูกกว่าครึ่ง แต่ Bentley ไม่ได้ส่งรถคันนี้ลงไปแข่งในตารางนั้นตั้งแต่แรก สิ่งที่แบรนด์ขายคือเพดานที่ตั้งอย่างตั้งใจ ความเงียบ วัสดุ และชื่อที่อยู่บนฝากระโปรงมา 107 ปี สำหรับชาวติดหรูที่กำลังมองรถไฟฟ้าคันแรกแบบสมฐานะ คำถามจึงไม่ใช่ว่าเร็วพอไหม แต่เป็นว่าคุ้มกับส่วนต่างที่ต้องจ่ายในไทยหรือเปล่า ซึ่งต้องรอตัวเลขจาก Bentley Bangkok อีกครั้ง
ใครที่สนใจจังหวะที่แบรนด์ระดับตำนานหันมาทำรถไฟฟ้าคันแรกของตัวเอง อ่านการเปิดตัว Ferrari Luce ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% คันแรก ประกบกันจะเห็นว่าแต่ละบ้านเลือกวางจุดยืนต่างกันแค่ไหน
สเปกและราคาอังกฤษอ้างอิงจากเอกสารทางการของ Bentley และผู้จำหน่ายในสหราชอาณาจักร ตรวจสอบเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ราคาจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ตัวเลขที่แปลงเป็นเงินบาทในบทความนี้ใช้อัตรา 44.48 บาทต่อ 1 ปอนด์ และเป็นการคำนวณของทีมติดหรูเพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น
Recommended for You
เทียบ 3 รถตู้ไฟฟ้าตัวท็อป: DENZA D9 vs XPENG X9 vs ZEEKR 009
Toyota Alphard MY2026 รุ่นใหม่ ปรับราคาลง 679,000 บาท
ขับม้ารับปีม้า 2026 ส่อง 6 ซูเปอร์คาร์ Porsche & Ferrari
💬 ความเห็น
0✍️ เพิ่มความเห็น