Louis Vuitton ชนะคดี Molly Tea ปมโลโก้เลียนแบบลาย LV
Louis Vuitton ชนะคดี Molly Tea ศึกเครื่องหมายการค้าครั้งใหญ่ที่สะเทือนวงการชานมทั่วโลก
จากแก้วชานมรสโปรดในมือของวัยรุ่นจีน สู่มหากาพย์คดีความระดับโลกที่สั่นสะเทือนวงการแฟชั่นลักชัวรีและอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอย่างคาดไม่ถึงค่ะคุณพี่! เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการลักชูรีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Louis Vuitton ชนะคดี Molly Tea แบรนด์ชานมกลิ่นดอกไม้สุดพรีเมียมที่มีสาขาเฟื่องฟูกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศจีน ในศึกข้อพิพาททางกฎหมายที่มีเดิมพันสูงลิ่วเป็นเอกลักษณ์ทางสายตา โดยศาลในประเทศจีนได้มีคำตัดสินอย่างเป็นทางการให้แบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปอย่างงดงาม นำมาซึ่งบทเรียนราคาแพงที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ทุกคนห้ามมองข้ามเด็ดขาดค่ะ

คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า LV ศาลจีนสั่งปรับแบรนด์ชานมดังปมดีไซน์ดอกไม้สี่กลีบ
จุดเริ่มต้นของความบาดหมางใน คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า LV ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความคล้ายคลึงขององค์ประกอบภาพอย่างเด่นชัด โดยทางฝ่ายกฎหมายของทางหลุยส์ วิตตอง พบว่า โลโก้ดอกไม้สี่กลีบ ลาย Monogram ที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์ แก้ว และสื่อประชาสัมพันธ์ของร้านชานมดัง มีความคล้ายคลึงกับลวดลายโมโนแกรมอันเป็นมรดกตกทอดและเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของทางแบรนด์มากจนเกินไป
แม้ว่าสินค้าของทั้งสองแบรนด์จะเป็นสินค้าคนละประเภท (เครื่องดื่ม และ แฟชั่นชั้นสูง) แต่หน่วยงานตุลาการของศาลจีนเล็งเห็นว่า ดีไซน์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความสับสนในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างได้ จึงมีคำสั่งตัดสินว่าทางแบรนด์ชานมมีการละเมิดเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ของทางแบรนด์หรูรวมถึง 7 รายการ พร้อมสั่งบทลงโทษให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินจุกๆ สูงถึง 10.3 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 47 ล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ

ข่าวลิขสิทธิ์แบรนด์หรู จีน กระแสโซเชียลร้อนแรงและบทวิเคราะห์ทางกฎหมายเรื่องสิทธิ์โลโก้
หลังจากกระแส ข่าวลิขสิทธิ์แบรนด์หรู จีน แมตช์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้จุดชนวนความร้อนแรงและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนทันทีค่ะคุณพี่ ชาวเน็ตบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและถกเถียงว่า ลวดลายสี่กลีบอันเป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลาของทางฝั่งฝรั่งเศสนั้น แท้จริงแล้วอาจจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายผ้าโบราณดั้งเดิมของจีนในอดีตหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของบทบัญญัติทางกฎหมายพรีเมียม เหล่านักกฎหมายชั้นนำได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ระบบกฎหมายเครื่องหมายการค้าของประเทศจีนนั้น ยึดมั่นในหลักการสากลอย่างเคร่งครัดคือ "First-to-File" หรือ "ใครจดทะเบียนก่อน ย่อมได้สิทธิ์ครอบคลุมก่อน" ดังนั้นความคุ้มครองทางกฎหมายจึงตกเป็นของเจ้าของสิทธิ์ที่ดำเนินเรื่องอย่างถูกต้องตามระบบนั่นเองค่ะ

คดีหลุยส์วิตตองชานมจีน มหากาพย์ศึกนี้ยังไม่จบ เมื่อ Molly Tea ประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ
แม้ว่าศาลชั้นต้นจะตัดสินให้ยักษ์ใหญ่แฟชั่นชนะในก้าวแรก แต่ในส่วนของ คดีหลุยส์วิตตองชานมจีน นัดนี้บอกเลยว่าตอนจบยังคงต้องติดตามกันต่อไปยาวๆ ค่ะ เพราะล่าสุดทางผู้บริหารของแบรนด์ชานมดาวรุ่งได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ใจในงานดีไซน์ และพร้อมสู้ต่อในชั้นศาลด้วยการยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน บทสรุปในท้ายที่สุดของศึกข้ามอุตสาหกรรมในครั้งนี้จึงยังไม่จบลงง่ายๆ ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญและภาพจำเตือนใจแบรนด์ไทยและแบรนด์เกิดใหม่ทั่วโลกว่า "การออกแบบอัตลักษณ์และดีไซน์โลโก้แบรนด์" เป็นเรื่องละเอียดอ่อนระดับพรีเมียมที่ต้องทำการบ้าน ค้นหาข้อมูล และระมัดระวังอย่างสูงสุดเพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับแบรนด์ระดับโลกค๊า
ชื่นชอบการอัปเดตเทรนด์ธุรกิจและเรื่องราวอินไซด์ระดับลักชูรีแบบนี้ อย่าลืมติดตามคอลัมน์ถัดไปของเรานะคะ หรือหากคุณพี่อยากเข้าไปอัปเดตเทรนด์แฟชั่น ลายพิมพ์ Monogram หรือเลือกชมสินค้าคอลเลกชันระดับตำนาน สามารถกดคลิกลิงก์ทางการในชื่อแบรนด์หรู Louis Vuitton ด้านบน เพื่อเลือกช้อปปิ้งไอเทมชิ้นโปรดสุดเอ็กซ์คลูซีฟกันได้เลยนะคะ สวยสับแบบถูกต้องตามลิขสิทธิ์และอินเทรนด์ไปพร้อมกันค่ะคุณพี่
💬 ความเห็น
0✍️ เพิ่มความเห็น