ประวัติ Vivienne Westwood ราชินีพังก์และโลโก้ Orb สุดฮิต
The Royal Rebellion! ส่องประวัติ Vivienne Westwood ราชินีพังก์ผู้เขย่าโลกแฟชั่นด้วยโลโก้ Orb
หากจะเอ่ยถึงดีไซเนอร์ระดับตำนานที่สามารถเปลี่ยนกระแส "ความขบถ" นอกกรอบให้กลายมาเป็นความลักชูรีระดับโลกได้อย่างงดงาม คงไม่มีใครไม่นึกถึงแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษระดับท็อปอย่าง Vivienne Westwood ค่ะ ในปัจจุบันไอเทมทุกคอลเลกชันของแบรนด์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือ เครื่องประดับ Vivienne Westwood ต่างกลายมาเป็นจิวเวลรีชิ้นโปรดที่ชาวติดหรูสายแฟชั่นต้องมีติดตู้เอาไว้ วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลาไปเจาะลึกเรื่องราวชีวิตและจุดกำเนิดของโลโก้ดาวเสาร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่จะทำให้คุณหลงรักแบรนด์นี้มากยิ่งขึ้นค่ะ

จากคุณครูสู่ "ราชินีพังก์ Vivienne Westwood" เส้นทางไร้ขอบเขตที่เปลี่ยนรันเวย์ไปตลอดกาล
เส้นทางการเติบโตของ ประวัติ Vivienne Westwood บอกเลยว่าฉีกทุกกฎและไม่ธรรมดาอย่างมากค่ะ ย้อนกลับไปในยุค 70s ช่วงวัยรุ่นของ ‘วิเวียน เวสต์วูด’ เธอได้เริ่มต้นศึกษาในวิชาการออกแบบจิวเวลรีและเครื่องเงินในลอนดอน แต่ด้วยจุดเปลี่ยนของชีวิตทำให้เธอต้องย้ายไปประกอบอาชีพเป็นคุณครูเพื่อหาเลี้ยงชีพ พร้อม ๆ กับการทำอาชีพเสริมด้วยการออกแบบและขายเสื้อผ้าเพื่อหล่อเลี้ยงความฝัน
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1970 พรหมลิขิตได้นำพาให้เธอมาพบกับ ‘มัลคอล์ม แมกคลาเรน’ ผู้จัดการวงดนตรีพังก์ร็อกชื่อดังแห่งยุคอย่าง Sex Pistols จุดนี้เองที่ทำให้วิเวียนปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต รังสรรค์คอสตูมดิบเท่ในสไตล์ แบรนด์เนมสไตล์พังก์ ให้กับวงดนตรี จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคอสตูมที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ และนั่นคือประตูด่านแรกที่ส่งให้เธอขึ้นแท่นเป็น ราชินีพังก์ Vivienne Westwood แห่งโลกแฟชั่นอย่างเต็มตัว

เบื้องหลังความหมาย 'The Orb' โลโก้ดาวเสาร์ 40 ปีแห่งปรัชญา Take Tradition into the Future
หลังจากโลดแล่นและเปิดร้านเสื้อผ้าแห่งแรกในลอนดอนมานานถึง 16 ปี ในปี ค.ศ. 1986 ดีเอ็นเอความสร้างสรรค์ของเธอก็ได้ให้กำเนิดสัญลักษณ์ไอคอนิกอย่าง โลโก้ ‘The Orb’ หรือโลโก้รูปดาวเสาร์ที่มีวงแหวนล้อมรอบที่เราคุ้นตากันดีมานานกว่า 40 ปีจนถึงปัจจุบัน
สัญลักษณ์นี้มีกิมมิกและแนวคิดที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ค่ะ โดย ‘Orb’ หมายถึงตัวแทนของจักรวาลหรือโลกที่มีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว เมื่อนำมาผสมผสานกับแนวคิดหลักของแบรนด์อย่าง “Take tradition into the future” (การนำประเพณีดั้งเดิมก้าวไปสู่อนาคต) จึงเกิดเป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ความคลาสสิกสไตล์ราชวงศ์อังกฤษชั้นสูง เข้ากับความล้ำสมัยสไตล์อวกาศได้อย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไม่มีใครเลียนแบบได้
เปิดลิสต์ Must-Have Item เครื่องประดับ Vivienne Westwood ดีไซน์ชิคคลาสสิกที่น่าซื้อที่สุด
นาทีนี้ถ้าอยากอัปลุคให้ดูสวยเก๋ แฝงความหวานปนเท่สไตล์ลูกคุณหนูขบถ ไลน์เครื่องประดับโดยเฉพาะ สร้อยมุก Vivienne Westwood คือสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ ใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อชิ้นไหนดี วันนี้เราคัดรุ่นฮิตยอดนิยมส่งตรงจากหน้าออฟฟิเชียลเว็บไซต์มาให้เลือกช้อปกันแล้วค่ะ
-
Mini Bas Relief Pearl Choker (Gold / Light Colorado Topaz): สร้อยมุกแถวเดี่ยวสุดคลาสสิก ประดับโลโก้ Orb โทนสีทองหรูหรา ตกแต่งคริสตัลประกายสีโทปาซ อัปลุคให้ดูสวยแพงแบบตะโกน
-
Mini Bas Relief Pearl Choker (Platinum / Crystal): สร้อยมุก Choker ตัวเรือนแพลทินัมจับคู่กับคริสตัลใสประกายระยิบระยับ แมตช์ง่ายกับทุกลุคในชีวิตประจำวัน
-
Three Row Pearl Bas Relief Choker (Platinum): สร้อยมุก 3 แถวสุดอลังการสไตล์เลเยอร์ที่ดาราและเซเลบริตี้ใส่กันเพียบ เหมาะสำหรับใส่ออกงานใหญ่เพื่อเพิ่มดาเมจความลักชูรีขั้นสุด
-
Lucrece Pearl Necklace (Gold): สร้อยคอที่ผสมผสานระหว่างมุกสีครีมโรสและจี้ Orb ที่มีดีเทลเข็มกลัดซ่อนปลายเคลือบทองคำ มอบความรู้สึกเท่ แปลกใหม่ และน่าค้นหา
-
Grace Bas Relief Stud Earrings (Platinum): ต่างหูสตั๊ดรูป โลโก้ Vivienne Westwood ประดับคริสตัลแวววาว ขนาดกำลังพอดี ตกแต่งหูให้ดูสวยเด่นละมุนตา
-
Mini Bas Relief Earrings (Gold): ต่างหูโทนสีทองยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและเรียบหรู ใส่ติดหูได้ทุกวันไม่มีเบื่อ
-
Mayfair Bas Relief Earrings (Rhodium): ต่างหูดีไซน์ตอกหมุดสลักลายปิรามิด เคลือบโรเดียม มอบกลิ่นอายพังก์ร็อกที่ดูโมเดิร์นและโฉบเฉี่ยวสไตล์สายแฟชั่นตัวแม่

สรุปคุณค่าที่ไร้กาลเวลา ทำไมเครื่องประดับดีไซน์พังก์ลักชูรีถึงควรค่าแก่การสะสม
การได้ครอบครองผลงานของ Vivienne Westwood ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องประดับสวยงามทั่วไปค่ะ แต่มันคือการลงทุนใน "ประวัติศาสตร์แฟชั่น" และการแสดงจุดยืนแห่งความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ที่หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ
"เครื่องประดับทุกชิ้นที่มีโลโก้ Orb ไม่เพียงแต่จะช่วยคอมพลีทลุคของคุณให้ดูดีมีสไตล์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าถึงความกล้าหาญและความเป็นตัวของตัวเองอย่างสง่างาม"
สำหรับใครที่ตกหลุมรักในดีไซน์และเรื่องราวความขบถสุดลักชูรีนี้ บอกเลยว่าไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอนค่ะ ชื่นชอบชิ้นไหนรีบพุ่งตัวไปจับจองและกดสั่งซื้อผ่านลิงก์ออฟฟิเชียลด้านบนมาครอบครองกันได้เลยนะคะ
Recommended for You
กรุงเทพฯ อันดับ 4 เมืองที่มีร้านลักชัวรี่เปิดใหม่มากที่สุด
เปิดตัว Ferrari Luce ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% คันแรก
แบรนด์หรูไม่มี Brand Ambassador แต่คนทั้งโลกอยากได้
💬 ความเห็น
0✍️ เพิ่มความเห็น